PDPA Thailand

  • Home
  • Author: PDPA Thailand
  • Page 31

ความรับผิดชอบผู้ประกอบวิชาชีพ ภายใต้การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

ผู้แต่ง: อรรถพงศ์ กาวาฬ, อภินันท์ ศรีศิริ สถาบัน: มหาวิทยาลัยทักษิณ ปี: 2565 บทคัดย่อ: บทความทางวิชาการนี้ มีวัตถุประสงค์ 2 ประการ คือ 1. ศึกษาแนวคิด หลักการเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อความรู้เข้าใจ 2. ศึกษาความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับความรับผิดของผู้ประกอบวิชาชีพกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยผลจาการศึกษา พบว่า การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลมีพื้นฐานสำคัญมาจากแนวคิดการคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐาน สิทธิส่วนบุคคล ซึ่งเป็นสิทธิตามธรรมชาติของมนุษย์ที่ควรได้รับการคุ้มครอง  ดังนั้นการประกอบวิชาชีพบางลักษณะสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลได้ง่ายด้วยเหตุผลทางวิชาชีพ ผู้ประกอบวิชาชีพจึงจำเป็นต้องเข้าใจและให้ความสำคัญต่อการคุ้มครองสิทธิของบุคคล ผู้รับบริการต่าง ๆ ไม่แสวงหาประโยชน์ รวมถึงไม่สร้างผลกระทบต่อบุคลนั้น ๆ สุดท้ายจึงมีข้อเสนอแนะสำคัญ คือ การสร้างความรู้ความเข้าใจถึงความสำคัญของการเคารพสิทธิส่วนบุคคลและ การควรสร้างระบบกลไกในการเก็บข้อมูล รวบรวม  ทำลายข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเหมาะสม Link เนื้อหา: https://so06.tci-thaijo.org/index.php/lawtsu/article/view/255069 Link file: https://so06.tci-thaijo.org/index.php/lawtsu/article/view/255069/172948
Read More

ปัญหากฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลต่อระบบฐานข้อมูลการประกันภัยในธุรกิจประกันวินาศภัย

ผู้แต่ง: ชนิดา เกิดกรรณ์ สถาบัน: มหาวิทยาลัยราชภัฏ เชียงราย ปี: 2564 บทคัดย่อ: บทความนี้มุ่งศึกษาถึงปัญหาการจัดทำระบบฐานข้อมูลการประกันภัย (Insurance Bureau System) ในธุรกิจประกันวินาศภัยของประเทศไทยที่จัดเก็บข้อมูลการรับประกันวินาศภัยและค่าสินไหมทดแทนของผู้เอาประกันภัย เพื่อพิจารณานำฐานข้อมูลการประกันภัยมาใช้ในการตรวจสอบและป้องกันการฉ้อฉลประกันภัย ซึ่งพบว่าในปัจจุบันหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังขาดอำนาจในการดำเนินการจึงทำให้ไม่สามารถนำข้อมูลในฐานข้อมูลการประกันภัยไปใช้เพื่อประโยชน์ดังกล่าวได้ ในการนี้ผู้เขียนจึงได้ทำการศึกษาฐานข้อมูลด้านการประกันภัยในต่างประเทศที่จัดทำขึ้นเพื่อป้องกันการฉ้อฉลประกันภัย ได้แก่ ประเทศอังกฤษและประเทศออสเตรเลีย และนำมาเป็นแนวทางในการแก้ไขบทบัญญัติแห่งกฎหมายเพื่อรองรับการดำเนินกิจกรรมดังกล่าว นอกจากนั้น ยังได้ศึกษาถึงปัญหาของบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการกับข้อมูลส่วนบุคคลที่อยู่ในฐานข้อมูลการประกันภัย ไม่ว่าจะเป็นการปรับใช้ฐานทางกฎหมาย รวมถึงข้อบกพร่องและความไม่เหมาะสมบางประการของบทบัญญัติ ซึ่งผู้เขียนเห็นควรเสนอแนะให้มีการนำกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศอังกฤษและประเทศออสเตรเลียมาเป็นแนวทางในการปรับใช้ฐานทางกฎหมายที่บัญญัติไว้ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 กับกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับฐานข้อมูลการประกันภัยให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้นและนำมาเป็นแนวทางในการแก้ไขปรับปรุงบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ให้มีความเหมาะสม Link เนื้อหา: https://so06.tci-thaijo.org/index.php/lawcrru/article/view/249559 Link file: https://so06.tci-thaijo.org/index.php/lawcrru/article/view/249559/171385
Read More

ข้อพิจารณาการได้รับยกเว้นตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล : กรณีศึกษากฎหมายของสหราชอาณาจักร

ผู้แต่ง: รัฐสภา จุรีมาศ สถาบัน: มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปี: 2564 บทคัดย่อ: แนวคิดในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลมีวัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองสิทธิส่วนบุคคลของประชาชน มิให้ถูกล่วงละเมิดในการเข้าถึง นำไปใช้ รวบรวมและตลอดจนจัดเก็บข้อมูลนั้น ๆ ภายใต้สิทธิในความเป็นส่วนตัว (Privacy) อันปราศจากการรบกวนและการแทรกแซงจากสังคม พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 จึงถูกตราขึ้นเพื่อวางมาตรการพิทักษ์สิทธิในข้อมูลส่วนบุคคลที่บุคคลใด ๆ ก็ตามจะเข้าถึง นำไปใช้ รวบรวมและจัดเก็บข้อมูลของบุคคลใดจะต้องได้รับการยินยอมจากผู้เป็นเจ้าของข้อมูลก่อน ทั้งนี้ ในบางกรณีจำเป็นต้องได้รับการยกเว้นจากขั้นตอนกระบวนการขอความยินยอมด้วยมีเหตุผลและความจำเป็นอย่างยิ่ง ดังที่ได้มีการตราข้อยกเว้นไว้ในมาตรา 4 ของพระราชบัญญัติดังกล่าว อย่างไรก็ตาม กรณีที่ได้รับการยกเว้นนั้นจำเป็นอย่างยิ่งในฐานะกฎหมายกลางที่ต้องว่าแนวทางปฏิบัติในกรณีที่จะกระทำต่อข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากการปฏิบัติตามเงื่อนไขตามพระราชบัญญัตินั้น ซึ่งจากการศึกษาพบว่ายังไม่มีแนวทางที่ชัดเจนปรากฏในพระราชบัญญัติถึงมาตรการที่หน่วยงาน หรือ บุคคลที่ได้รับยกเว้นตามาตรา 4 จะต้องดำเนินการหรือมีขั้นตอนอย่างใด ๆ ที่กำหนดไว้เพื่อป้องกันการกระทำโดยมิชอบ จากการศึกษาพระราชบัญญัติอำนาจในการสืบสวนสอบสวน (The Investigatory Powers Act 2016) และพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูล (The Data Protection Act) กฎหมายของสหราชอาณาจักรพบวางมีการวางแนวทางขั้นต้น…
Read More

ผลกระทบทางลบอันเกิดจากกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลสหภาพยุโรปและพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

ผู้แต่ง: คณาธิป ทองรวีวงศ์ สถาบัน: มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต ปี: 2564 บทคัดย่อ: การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) ศึกษาผลกระทบทางลบมิติต่าง ๆ ที่เกิดจากองค์ประกอบและเงื่อนไขของกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลสหภาพยุโรป (GDPR) 2) ศึกษาผลกระทบทางลบมิติต่าง ๆ ที่เกิดจาก  องค์ประกอบและเงื่อนไขของพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 โดยศึกษาเปรียบเทียบกับกฎหมายสหภาพยุโรป 3) เพื่อทำข้อเสนอแนะในการลดผลกระทบทางลบ งานวิจัยนี้ใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยการศึกษาข้อมูลเอกสารเพื่อศึกษาหลักกฎหมาย องค์ประกอบของกฎหมายคุ้มครองข้อมูลของไทยและกฎหมายสหภาพยุโรป ด้วยการวิเคราะห์เนื้อหาเชิงเปรียบเทียบ ผลการวิจัยพบว่า แม้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของสหภาพยุโรปมีหลักการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยกำหนดหน้าที่ให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดมาตรการรักษาความปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคล และให้สิทธิแก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลหลายประการ แต่ส่งผลกระทบทางลบในหลายมิติ เช่น การแข่งขันที่เป็นธรรมระหว่างผู้ประกอบการรายใหญ่และรายย่อย อุปสรรคทางการค้าและการสร้างผู้ประกอบการรายใหม่ การจำกัดสิทธิเสรีภาพโดยเฉพาะเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การเปิดช่องให้มีผู้นำไปใช้โดยมิชอบและอาชญากรรมไซเบอร์ ในส่วนของประเทศไทยมีการประกาศใช้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2562 ผลการวิเคราะห์เปรียบเทียบเนื้อหาพบว่า กฎหมายนี้มีบทบัญญัติ องค์ประกอบคล้ายคลึงกับกฎหมายสหภาพยุโรป จึงมีแนวโน้มส่งผลกระทบทางลบได้เช่นเดียวกับกฎหมายสหภาพยุโรป Link เนื้อหา:…
Read More

ปัญหาทางกฎหมายเกี่ยวกับข้อมูลไบโอเมตริก ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

ผู้แต่ง: รัชนี แตงอ่อน สถาบัน: มหาวิทยาลัยบูรพา ปี: 2564 บทคัดย่อ: บทความนี้ได้ศึกษาปัญหาทางกฎหมายเกี่ยวกับข้อมูลไบโอเมตริก (biometric data) ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการบัญญัติความหมาย การตีความกฎหมายและการบังคับใช้ข้อมูลไบโอเมตริก จากการศึกษาพบว่า ยังมีประเด็นที่ต้องพิจารณาหลายประการ ได้แก่ ความหมายของข้อมูลไบโอเมตริก การเก็บรวบรวมข้อมูลไบโอเมตริกต้องใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการเก็บรวบรวมและประมวลผลข้อมูล เช่น ภาพจำลองหน้าตา จำลองม่านตา จำลองลายนิ้วมือ เป็นต้น ข้อมูลไบโอเมตริกเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหว (sensitive personal data) เป็นความลับที่เจ้าของข้อมูลไม่ประสงค์ให้เปิดเผยต่อสาธารณะ ซึ่งมีความแตกต่างจากข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป เช่น ชื่อ สกุล อายุ อาชีพ นิสัยการกิน กิจวัตรประจำวันทั่วไป เป็นต้น เนื่องจากบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าวยังไม่ชัดเจน ขอบเขต การบังคับใช้ที่คลุมเครือ จึงเป็นประเด็นสำคัญของบทความนี้ที่สะท้อนให้เห็นถึงข้อสังเกตบางประการที่แตกต่างจากกฎหมายของสหภาพยุโรป ดังนั้น บทบัญญัติที่เกี่ยวกับข้อมูลไบโอเมตริกควรได้รับการแก้ไขให้เกิดความชัดเจนมากยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาการตีความ การบังคับใช้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศไทย Link เนื้อหา:…
Read More

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562:ความตระหนักและแนวทางการดำเนินงานของสถานศึกษา

ผู้แต่ง: กิตติมา สาธุวงษ์ สถาบัน: วิทยาลัยพยาบาลกองทัพเรือ กรุงเทพมหานคร ปี: 2564 บทคัดย่อ:  พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 จะมีผลบังคับใช้อย่างสมบูรณ์ในมิถุนายน พ.ศ. 2565 โดยสถานศึกษาเป็นหน่วยงานหนึ่งที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายฉบับนี้ สถานศึกษามีภารกิจและการดำเนินการที่เกี่ยวข้องและจำเป็นต้องใช้ข้อมูลส่วนบุคคลจำนวนมาก โดยเฉพาะข้อมูลของผู้เรียน จึงมีความเสี่ยงต่อการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลและมีความผิดตามกฎหมายนี้ได้ จำเป็นที่สถานศึกษาและบุคลากรทุกระดับจะต้องมีความตระหนักและเข้าใจถึงหลักการพื้นฐานของความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล และสาระสำคัญของกฎหมายฉบับนี้ เพื่อป้องกันปัญหาการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลและเป็นการส่งเสริมบทบาทของสถานศึกษาให้เป็นไปตามหลักการสากลและกฎหมายด้านความปลอดภัยของข้อมูลต่อไป Link เนื้อหา: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/nmdjournal/article/view/251136 Link file: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/nmdjournal/article/view/251136/169876
Read More

การคุ้มครองข้อมูลชีวมาตรภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

ผู้แต่ง: เมธิชา ยุบลชิต สถาบัน: มหาวิทยาลัยศรีปทุม ปี: 2564 บทคัดย่อ: บทความฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษามาตรการทางกฎหมายและความเป็นส่วนตัวของชีวมาตร ปัจจุบันชีวมาตร (Biometrics) ถูกนำมาใช้พัฒนาเทคโนโลยีด้านวิทยาศาสตร์ หรือใช้กับแอปพลิเคชันต่างๆ การเก็บรักษาข้อมูลชีวมาตรในรูปดิจิทัลจะถูกบันทึกไว้ในระบบฐานข้อมูลของผู้ให้บริการ จึงเสี่ยงต่อการถูกคุกคามและไวต่อความเสียหายมากกว่าข้อมูลในรูปแบบอื่นๆ อย่างไรก็ตามภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 6 บัญญัติให้ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเป็นการทั่วไป แต่มิได้ให้ความคุ้มครองข้อมูลชีวมาตรที่ชัดเจนและครอบคลุมเพียงพอ เช่น ร่องรอยเท้าดิจิทัล (Digital footprints) ซึ่งข้อมูลต่างๆ ของผู้ใช้บริการค้างอยู่ในระบบออนไลน์และอาจถูกนำไปใช้ระบุตัวตนในอนาคตได้ตลอด ซึ่งเจ้าของข้อมูลมี “สิทธิที่จะถูกลืม” (Right to be forgotten) เพราะว่าร่องรอยเท้าดิจิทัลยังคงอยู่เสมอ ผู้เขียนจึงขอเสนอแนะให้มีการแก้ไขคำนิยามว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลชีวมาตรไว้เป็นการเฉพาะโดยเพิ่มคำนิยามคำว่า “ข้อมูลชีวมาตร (Biometrics)” ไว้ในมาตรา 6 เพื่อให้ได้รับการคุ้มครองในการใช้เทคโนโลยีชีวมาตร (Biometrics) ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ให้เทียบเท่ากับมาตรฐานสากล Link เนื้อหา: https://so04.tci-thaijo.org/index.php/lawnujournal/article/view/244415 Link file: https://so04.tci-thaijo.org/index.php/lawnujournal/article/view/244415/171174
Read More

การประกันภัยความรับผิดทางไซเบอร์ : ศึกษาความคุ้มครองกรณีการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

ผู้แต่ง: จีระศักดิ์ เสมมีสุข สถาบัน: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปี: 2564 บทคัดย่อ: พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 กำหนดหลักเกณฑ์ และควบคุมการเก็บรวมรวม การใช้ และการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลและผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล หากบริหารจัดการข้อมูลส่วนบุคคลโดยฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติของกฎหมาย ที่เรียกว่า การเกิดเหตุการณ์การละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล และก่อความเสียหายต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล และ/หรือ ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลย่อมมีความผิดทางแพ่ง โทษทางอาญา และโทษทางปกครอง และเกิดค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดีและเพื่อตอบสนองเหตุเบื้องต้นตามที่กฎหมายกำหนด เช่น เพื่อการบอกกล่าวการเกิดเหตุละเมิดแก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล และการบอกกล่าวการเกิดเหตุละเมิดสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งค่าใช้จ่ายเพื่อการเฝ้าระวัง การเยียวยาแก้ไขการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ย่อมเกิดเป็นความเสียหายทางการเงินแก่ผู้ประกอบการ และหากไม่ได้รับการเยียวยาก็จะกระทบสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก็คือประชาชน ดังนั้น การประกันภัยทางไซเบอร์ โดยเฉพาะส่วนของประกันภัยความรับผิด จึงเป็นเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยงต่อความเสียหายทางการเงินขององค์กร ซึ่งผู้เขียนมีข้อเสนอแนะบางประการเพื่อให้การนำเอาการประกันภัยทางไซเบอร์ใช้เกิดประสิทธิผลมากขึ้น ได้แก่ การนำหลักการบริหารความเสี่ยงทั่วไปมาใช้กับการประเมินความเสี่ยงด้านไซเบอร์ขององค์กร การสนับสนุนให้การประกันภัยความรับผิดทางไซเบอร์เป็นประกันภัยภาคบังคับ และการจัดทำกรมธรรม์ประกันภัยความรับผิดทางไซเบอร์มาตรฐานภาษาไทย Link เนื้อหา: https://so01.tci-thaijo.org/index.php/gradlawtujournal/article/view/246269 Link file: https://so01.tci-thaijo.org/index.php/gradlawtujournal/article/view/246269/168377
Read More

แนวทางการบริหารจัดการระบบสารสนเทศเพื่อการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของหน่วยงานรัฐ

ผู้แต่ง: อรรถพล ป้อมสถิตย์ สถาบัน: มหาวิทยาลัยรังสิต ปี: 2564 บทคัดย่อ: ตามที่รัฐบาลเห็นความสำคัญของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล จึงได้ผลักดันพระราชบัญญัติการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลจนสามารถประกาศใช้ในเดือนพฤษภาคมปี 2562 ซึ่งหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่กำกับดูแลการให้บริการต่างๆ ผ่านระบบสารสนเทศต้องมีการกำหนดแนวทางและระเบียบในการจัดระบบ การสำรวจ การจัดเก็บ การประมวล การใช้ประโยชน์ การพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศ บริการสื่อสารของหน่วยงานในสังกัดและเป็นศูนย์ข้อมูลสารสนเทศเพื่อการบริหาร จึงทำให้การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลจึงเป็นหนึ่งในหน้าที่ในการป้องกันไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลของทั้งบุคลากรภายในและผู้ใช้บริการถูกทำลาย ครอบคลุมไปถึงการกำหนดสิทธิของผู้ใช้ในระบบคอมพิวเตอร์และระบบอินเทอร์เน็ตซึ่งเป็นสื่อกลางในการสื่อสารต่อผู้ใช้บริการ อีกทั้งในการบริหารจัดการระบบสารสนเทศเพื่อการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของหน่วยงานรัฐเป็นการดำเนินการทั้งในส่วนนโนบาย และการดำเนินการจัดการด้านสารสนเทศ ที่จะต้องให้ความสำคัญในการรักษาความปลอดภัยข้อมูลด้วยการเข้ารหัสข้อมูล และเพิ่มกระบวนการรักษาความปลอดภัยในการให้บริการสารสนเทศผ่านเว็บไซต์ หรือแอพลิเคชัน แต่เนื่องจากการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้รับบริการเป็นภารกิจใหม่และมีมาตรฐานที่ซับซ้อนที่ไม่เคยปฏิบัติมาก่อนและมาตรการดังกล่าวส่งผลกระทบกว้างขวางต่อผู้ให้บริการและผู้รับบริการ ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่ต้องประเมินสถานการณ์และแนวการดำเนินงานที่หน่วยงานของรัฐปฏิบัติอยู่แล้ว และหามาตรการที่เหมาะสมสอดคล้องตามกฎหมายใหม่ที่จะประกาศใช้กับหน่วยงานทั่วประเทศตามลำดับ Link เนื้อหา: https://ph01.tci-thaijo.org/index.php/rtna/article/view/240773 Link file: https://ph01.tci-thaijo.org/index.php/rtna/article/view/240773/166899
Read More

การกำกับดูแลกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมในยุคดิจิทัล

ผู้แต่ง: ประถมพงศ์ ศรีนวล สถาบัน: กสทช ปี: 2564 บทคัดย่อ: ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสื่อสารโทรคมนาคมเป็นผลให้มีเทคโนโลยีและบริการใหม่ ๆ เกิดขึ้น เช่น คลาวด์ คอมพิวติง ปัญญาประดิษฐ์ อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง เทคโนโลยี 5G และบริการ OTT เป็นต้น บริการ OTT มีการใช้งานอย่างแพร่หลาย ซึ่งมีผู้ให้บริการเป็นผู้ให้บริการต่างประเทศและการใช้งานมีแนวโน้มมาทดแทนบริการโทรคมนาคมดั้งเดิม กฎหมายและกฎเกณฑ์การกำกับดูแลของประเทศไทยที่ใช้อยู่ในปัจจุบันไม่สามารถที่จะรองรับจึงทำให้เกิดความท้าทายในการกำกับดูแลทั้งการแข่งขัน การคุ้มครองผู้บริโภค และคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลจากการใช้บริการและแอปพลิเคชันใหม่ ๆ ความต้องการคลื่นความถี่ที่จะเกิดขึ้นอย่างมากเพื่อให้บริการ 5G และความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการอินเทอร์เน็ตในมิติของกลุ่มผู้ใช้งานและทักษะการใช้งาน ICT บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อระบุถึงประเด็นสำคัญและแนวทางดำเนินการที่หน่วยงานกำกับดูแลจะต้องนำมาพิจารณาในการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงกฎหมายหรือกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง โดยใช้วิธีการทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง จากการศึกษาพบว่า การสร้างความสมดุลในการกำกับดูแลการแข่งขันของผู้ให้บริการโทรคมนาคมและผู้ให้บริการ OTT โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกำหนดประเภทของบริการ OTT ที่จำเป็นต้องมีการกำกับดูแล และการกำหนดขอบเขตและนิยามของตลาดและการกำหนดผู้มีอำนาจเหนือตลาดอย่างมีนัยสำคัญ ตลอดจนวิธีการจัดสรรคลื่นความถี่ เช่น การใช้คลื่นความถี่ร่วมกันและการคุ้มครองข้อมูล เป็นประเด็นสำคัญที่หน่วยงานกำกับดูแลจะต้องนำมาพิจารณาในรายละเอียด เพื่อให้อุตสาหกรรมและผู้ใช้บริการได้รับประโยชน์จากความก้าวหน้าของเทคโนโลยีได้อย่างเต็มศักยภาพ Link เนื้อหา: https://so04.tci-thaijo.org/index.php/NBTC_Journal/article/view/253188…
Read More